มาร์ก ฮิวส์ กับเส้นทางการค้าแข้ง

ufa1688  แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ฮิวส์ ได้เข้าร่วมทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หลังออกจากโรงเรียนในปี 1980 แต่ยังไม่ได้ลงเล่นในทีมชุดแรกเหมือนผู้เล่นคนอื่น จากนั้นเมื่อเขาได้รับโอกาสให้ลงสนามนัดแรกเขาก็ยิงประตูได้ทันทีและก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัว และเขายังเป็นผู้เล่นคนสำคัญในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพปี 1985 ที่ทีมของเขาเอาชนะเอฟเวอร์ตันได้ 1-0 และคว้าแชมป์ในที่สุด

บาร์เซโลนาและไบเอิร์นมิวนิก
ปี 1986 ฮิวส์ย้ายทีมอย่างเป็นที่ตื่นตะลึงเมื่อเทอร์รี่ เวนาเบิลส์ผู้จัดการทีมของบาร์เซโลนาในเวลานั้น จ่ายเงินถึง 2ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวเขามาร่วมทีมพร้อมกับความหวังที่จะให้เขาเป็นคู่หูชั้นยอดของแกรี่ ลินิเกอร์กองหน้าของทีม แต่ฮิวส์ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อไม่อาจงัดฟอร์มเก่งออกมาได้และอยู่กับทีมเพียงหนึ่งฤดูกาลจึงย้ายไปร่วมทีมไบเอิร์นมิวนิกในประเทศเยอรมันตะวันตกด้วยสัญญายืมตัว ในฤดูกาล1987-1988

เชลซี
การมาถึงของแอนดี โคลทำให้เขาต้องพบกับความยากลำบากในการเป็นผู้เล่นตัวจริง เขาจึงตัดสินใจย้ายทีมไปเล่นให้กับเชลซีด้วยค่าตัว1ล้าน8แสนปอนด์ โดยเขาย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในเวลาเดียวกับพอล อินซ์และอังเดร แคนเชสกี้ซึ่งย้ายออกไปร่วมทีมอินเตอร์ มิลานและเอฟเวอร์ตัน อย่างไรก็ดีการขายผู้เล่นคนสำคัญในทีมออกถึง3ราย กลับไม่ส่งผลต่อกระทบแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมากนักเมื่อทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้อีกสมัยในฤดูกาล1995-1996

มาร์ก ฮิวส์เป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวหลักของเชลซีโดยคู่หูในแดนหน้าของเขาคือจิอันฟรังโก้ โซล่า ในฤดูกาล1996-1997 เขาสามารถคว้าแชมป์เอฟเอคัพร่วมกับทีมได้สำเร็จเมื่อเอาชนะมิดเดิลสโบรช์2-0 ในนัดชิงชนะเลิศ

ฤดูกาล1997-1998เป็นปีสุดท้ายของเขาและเชลซี ซึ่งเขาสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ วินเนอร์สคัพได้อีกสมัยโดยเอาชนะสตุ๊ทการ์ทได้1-0ในรอบชิงชนะเลิศ

เซาแทมป์ตัน
ฤดูกาล1998-1999 มาร์ก ฮิวส์ย้ายมาร่วมทีมเซาแทมป์ตันด้วยค่าตัว 6แสน5หมื่นปอนด์ภายใต้การคุมทีมของเดฟ โจนส์ ด้วยวัยที่มากขึ้นทำให้เขายิงประตูไม่มากเหมือนเมื่อก่อนจึงปรับเปลี่ยนไปเล่นตำแหน่งกองกลาง ประสบการณ์ของเขายังช่วยทีมได้มากสำหรับการต่อสู้ในพรีเมียร์ลีก 2ประตูที่เขาทำได้เกิดขึ้นในเกมส์พบแบล็กเบิร์นโรเวอส์ซึ่งเป็นทีมที่เขาย้ายไปเล่นให้ในเวลาต่อมา และเกมส์พบนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดในวันที่ 15 สิงหาคม 1999 ซึ่งเป็นลูกวอลเล่ย์สุดสวยที่อยู่ในความทรงจำของแฟนบอลหลายคน โดยในฤดูกาล 1998-1999 ฤดูกาลแรกของเขากับทีมเขาได้รับใบเหลืองถึง14 ใบ ซึ่งมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ในเดือนสิงหาคม ปี1999เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมชาติเวลส์ในขณะที่ยังไม่ได้แขวนสตั๊ด

ช่วงปลายชีวิตค้าแข้งกับเอฟเวอร์ตัน
เมื่อเกล็น ฮ็อดเดิ้ลกลายเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของเซาแทมป์ตัน มาร์ก ฮิวส์ในวัย36ปี ก็กลายเป็นนักเตะที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีม เขาจึงย้ายไปร่วมทีมเอฟเวอร์ตันและมีบทบาทในฐานะผู้เล่นน้อยลงตามวัย แต่ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชาติเวลส์ต่อไป และเขาตัดสินใจย้ายมาเล่นในลีกระดับล่างเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2000-2001

เขากลายมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของแบล็กเบิร์นโรเวอส์และสามารถพาทีมคว้ารองแชมป์ดิวิชั่น1 (ปัจจุบันคือลีกแชมเปียนชิพ) พร้อมกับเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จหลังจบฤดูกาล2000-2001

ฤดูกาล2001-2002แบล็กเบิร์นโรเวอส์สามารถคว้าแชมป์ลีกคัพได้สำเร็จและนั่นเป็นการชูถ้วยแชมป์ครั้งสุดท้ายของเขาก่อนที่จะประกาศเลิกเล่นในเดือนกรกฎาคม ปี 2002ก่อนอายุครบ39ปีเพียงไม่กี่เดือน

อะซาโมอาห์ จยาน

ufa1688 อะซาโมอาห์ จยาน (Asamoah Gyan, เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1985 ที่กรุงอักกรา ประเทศกานา)​ นักฟุตบอลชาวกานา ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้กับสโมสรฟุตบอลนอร์ทอีสต์ ยูไนเต็ด ในอินเดียนซูเปอร์ลีก และเป็นผู้ครองสถิติยิงประตูมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของทีมชาติกานา 

จยานเริ่มต้นเล่นให้กับทีมลิเบอร์ตีโฟรเฟชชันนัลส์ (Liberty Professionals) ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงอักกราบ้านเกิดในประเทศกานา ก่อนจะย้ายมาเริ่มค้าแข้งในทวีปยุโรปกับทีมอูดีเนเซ ในเซเรียอา ประเทศอิตาลี และถูกยืมตัวไปเล่นให้กับทีมโมเดนา เพื่อได้รับโอกาสการลงสนามอย่างสม่ำเสมอ หลังจากนั้น จยานโชว์ฟอร์มได้ดีในศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี โดยทำสถิติยิงประตูที่เร็วที่สุดประจำการแข่งขัน โดยยิงประตูทีมชาติสาธารณรัฐเช็กโดยใช้เวลาเพียง 68 วินาทีเท่านั้น และยังนับเป็นประตูแรกของทีมชาติกานาในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกด้วย ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับทีมแรนในลีกประเทศฝรั่งเศส ด้วยค่าตัว 8 ล้านยูโร

ในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ จยานโชว์ฟอร์มแจ้งเกิดได้อย่างโดดเด่น โดยยิง 3 ประตู ช่วยให้ทีมชาติกานาผ่านเข้าไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ทำให้ทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมต้องการดึงตัวไปร่วมทีม โดยสุดท้ายเป็นซันเดอร์แลนด์ ทีมดังจากแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศอังกฤษ สามารถคว้าตัวไปเสริมทัพด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติใหม่ของสโมสรในราคา 13 ล้านปอนด์

จยานสามารถทำประตูได้ในเกมแรกที่ลงสนามในนัดที่พบกับวิกันแอทเลติก และโชว์ฟอร์มยิงได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงประตูในเกมที่ซันเดอร์แลนด์บุกไปชนะเชลซีที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ 3-0

นอกจากนี้ หลังจากยิงประตูได้ จยานมักมีท่าฉลองที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยการโชว์สเต็ปเต้นแบบแอฟริกา โดยก่อนหน้านี้ จยานเคยใช้ชื่อ Baby Jet ทำเพลงในอบบ Hiplife ร่วมกับศิลปิน Castro The Destroyer ออกซิงเกิลเพลง "African Girls" ในประเทศกานา พร้อมทั้งโชว์ท่าเต้นเดียวกันในมิวสิกวิดีโออีกด้วย

ในปี 2010 จยานได้รับการเสนอชื่อเป็น 1 ใน 23 ผู้เล่นยอดเยื่ยมเพื่อเข้าชิงรางวัลบาลงดอร์ ก่อนจะได้รับรางวัล BBC African Player of the year จากบีบีซีไปครองในปีเดียวกัน

เดือนมีนาคม ค.ศ. 2011 จยานยิงประตูให้กับทีมชาติกานาตีเสมอทีมชาติอังกฤษ 1-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บท้ายเกม ในเกมฟุตบอลกระชับมิตรที่สนามกีฬาเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ซึ่งนับเป็นนักเตะคนแรกของทีมชาติกานา ที่สามารถยิงทำประตูทีมชาติอังกฤษได้

เดือนกันยายน ค.ศ. 2011 จยานย้ายไปเล่นให้สโมสรอัลอัยน์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี โดยมีค่ายืมตัวประมาณ 6 ล้านปอนด์ พร้อมเงื่อนไขการรับซื้อตัวถาวร และได้รับค่าจ้าง 4 เท่าจากที่เคยได้รับ

 

แคลัม เชมเบอส์

ufa1688 แคลัม เชมเบอส์ (อังกฤษ: Calum Chambers; เกิดวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1995) เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับอาร์เซนอล และทีมชาติอังกฤษ

เดิมทีอยู่กับเซาแทมป์ตัน โดยเข้าสู่ทีมในระบบเยาวชนของสโมสร จนได้เข้าสู่การเป็นตัวจริง โดยได้เล่นในฤดูกาล 2012–13 หลังจากนั้น 2 ฤดูกาลได้ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก กับอาร์เซนอลในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2014 ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์

เชมเบอส์ได้ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ครั้งแรกในนัดที่อังกฤษลงเตะนัดกระชับมิตรกับนอร์เวย์ ในเดือนกันยายน ปีเดียวกัน 

เชมเบอส์ยิงให้กับอาร์เซนอลได้เป็นครั้งแรก ในพรีเมียร์ลีกนัดที่ 10 ของฤดูกาลเดียวกัน ที่อาร์เซนอล พบกับ เบิร์นลีย์ ที่เอมิเรตส์สเตเดียม ในนาทีที่ 72 จากการซ้ำลูกยิงของแดนนี เวลเบก ทำให้ทีมนำ 2-0 ก่อนที่จะจบลงด้วยผลการแข่งขัน 3–0

ในนัดแรกของฤดูกาล 2016–17 ที่อาร์เซนอลแพ้ต่อลิเวอร์พูล 3–4 ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม เชมเบอส์เป็นผู้โหม่งทำประตูที่ 2 ให้กับสโมสรในนาทีที่ 75 หลังจากที่ถูกยิงไปแล้ว 4 ลูก แต่หลังจากนั้นอีกนัดเดียว ก่อนที่การซื้อขายหรือยืมตัวผู้เล่นจะปิดลง เชมเบอส์ได้ถูกย้ายตัวไปยังมิดเดิลส์เบรอในแบบยืมตัว

เกียรติประวัติ
อาร์เซนอล
เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์: 2014

เอสเตบัน กัมบิอัสโซ

ufa1688 เอสเตบัน กัมบิอัสโซ มิดฟิลด์จอมเก๋าชาว อาร์เจนตินา ออกมายืนยันแล้วว่าจะไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมขอบคุณแฟนบอลทุกคนที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีในฤดูกาลที่แล้ว

     กัมบิอัสโซ ย้ายมาร่วมทีม เลสเตอร์ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยสัญญาระยะสั้น 1 ปี และมีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมรอดพ้นการตกชั้น แต่ล่าสุดเจ้าตัวตัดสินใจไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมและกลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนท์ในตอนนี้

     "ผมขอประกาศว่าผมจะไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับ เลสเตอร์ ซิตี้" กัมบิอัสโซ โพสต์ข้อความบน Facebook "ผมใช้เวลาแค่ 24 ชั่วโมงในการตัดสินใจหลังได้รับข้อเสนอจาก เลสเตอร์ เพราะผมต้องการให้ทีมมีเวลามากที่สุดในการมองหาตัวเลือกใหม่"

     "ผมอยากขอบคุณแฟนบอลทุกคน ที่ทำให้ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มีส่วนร่วมกับสโมสรแห่งนี้ ผมจะไม่มีวันลืมแน่นอน"

     "ผมต้องขอขอบคุณเพื่อนร่วมทีมและสต๊าฟฟ์โค้ชทุกคนของสโมสร ที่ทำให้ฤดูกาลที่ผ่านมาเป็นหนึงในปีที่สำคัญที่สุดของชีวิตผม"

ชื่อเต็ม : เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่
วันเกิด : 18 สิงหาคม 1980
เกิดที่ : บูโนส ไอเรส, อาร์เจนติน่า
สัญชาติ : อาร์เจนติน่า
ส่วนสูง : 177 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : กองกลางตัวรับ

ประวัติส่วนตัว

          เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ (เกิด 8 สิงหาคม 1980) นักเตะชาวอาร์เจนติน่าของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งอดีตเคยค้าแข้งกับทีมดังอย่าง ริเวอร์เพลท, เรอัล มาดริด และ อินเตอร์ มิลาน โดยเขาคว้าแชมป์ทั้งหมด 23 ครั้ง มากที่สุดในประวัติศาสตร์นักบอลอาร์เจนไตน์

เส้นทางในอาชีพการค้าแข้ง

          กัมบิอัสโซ่ เริ่มค้าแข้งในเส้นทางอาชีพกับสโมสร อาร์เจนตินอส จูเนียร์ส ในปี 1995 ก่อนจะย้ายตามพี่ชายของเขา นิโคลัส กัมบิอัสโซ่ ไปเล่นให้กับอดาเดมี่ของ เรอัล มาดริด ในปี 1996 แต่หลังจากนั้นในปี 1998 เขาก็กลับไปสู่ลีกบ้านเกิดอีกครั้ง และลงเล่นสามปีให้กับ อินเดเพนเดียนเต้ และหนึ่งปีกับ ริเวอร์เพลท ซึ่งต่อมาในปี 2002 เขาได้ตัดสินใจกลับไปยังสโมสร "ราชันชุดขาว" อีกครั้ง และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และ อินเตอร์คอนติเน็นทัล คัพ ในปีเดียวกัน นอกจากนี้ยังอยู่ในชุดที่คว้าแชมป์ ลาลีก้า และ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ ในปี 2003 แถมยังพาทีมเข้าไปสู่รอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และเข้าชิงชนะเลิศบอลถ้วยในประเทศ โกปา เดล เรย์ ได้อีกด้วยในซีซั่นเดียว

          ในเดือน กรกฎาคม 2004 กัมบิอัสโซ่ ในวัย 24 ปี ตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพ อินเตอร์ มิลาน หลังจากหมดสัญญากับทาง เรอัล มาดริด ในเดือน มิถุนายน และเขาสามารถช่วย "งูใหญ่" คว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย ได้ในฤดูกาลแรกที่ไปเล่นจากการเป็นมิดฟิลด์ตัวรับคู่กับเพื่อนร่วมชาติอย่าง ฮวน เซบาสเตียน เวรอน โดยจบฤดูกาล 2004-05 เข้ามีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกอิตาลีคู่กับ มิดฟิลด์จอมทัพของ เอซี มิลาน อย่าง กาก้า

          ในเกมรอบชิงชนะเลิศศึก โคปปา อิตาเลีย 2006 เขาซัดประตูสุดประทับใจให้ทีมเอาชนะ โรม่า ไปได้ 3-1 และต่อมาในวันที่ 9 กันยายน 2006 กัมบิอัสโซ่ ยิงคนเดียวสองประตูในเกมเปิดฤดูกาลให้ทีมเอาชนะ ฟิออเรนติน่า 3-2 โดยหลังจากนั้นในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2007 เขาและ สลาตัน อิบราฮิโมวิช ช่วยกันยิงประตูให้ทีมถล่มเอาชนะ ซิเอสเคเอ มอสโก 4-2 ในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

          เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2009 อินเตอร์ มิลาน ประกาศต่อสัญญาให้กับ กัมบิอัสโซ่ ไปอีก 5 ปีและจะสิ้นสุดสัญญาในปี 2014 เขาเป็นนักเตะตัวสำคัญในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2009-10 เป็นอย่างมากจากการซัดประตูชัยให้ทีมเอาชนะ เชลซี 2-1 ที่สนาม ซาน ซีโร่ และยังช่วยทำให้ทีมทุบ บาเยิร์น มิวนิค ในรอบชิงชนะเลิศไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2010

          โดยในวันที่ 30 มีนาคม 2013 เป็นครั้งแรกที่ กัมบิอัสโซ่ ได้รับใบแดงกับสโมสรแห่งนี้ จากการเข้าสกัด เซบาสเตียน โจวินโก้ หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2013 เขาสามารถซัดคนเดียว 6 ประตูให้ทีมถล่มทีมน้องใหม่อย่าง ซัสซัวโล่ 7-0 ซึ่งต่อมาหลังจบฤดูกาล 2013-14 เขาต้องตัดสินใจอำลาสโมสรที่ค้าแข้งกันมากว่า 10 ปี จากการที่เขาไม่ได้รับการต่อสัญญา และเดินทางมายังประเทศอังกฤษต่อไป

          เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2014 กัมบิอัสโซ่ ได้รับการดึงตัวไปเล่นให้กับทีมน้องใหม่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสัญญาระยะสั้น 1 ปี แบบไม่มีค่าตัว ซึ่งเขาลงสนามอย่างเป็นทางการนัดแรกให้กับทีมในวันที่ 13 กันยายน พบกับ สโต๊ค ซิตี้ และก็เป็นทางด้าน "จิ้งจอกสยาม" ที่เอาชนะไปได้ 1-0 โดยหลังจากนั้นประตูแรกของเขากับทีมก็มาถึง ในเกมที่ เลสเตอร์ ซิตี้ แซงเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5-3 ซึ่งเขาเป็นคนที่ยิงประตูตีเสมอ 3-3

          ในวันที่ 4 เมษายน 2015 เขาใช้เวลาเพียงแค่ 12 นาทีในการยิงประตูแรกให้กับทีมจากเก็บที่เอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-1 และยังเป็นชัยชนะนัดแรกจาก 8 เกมหลังสุดอีกด้วย และสุดท้ายเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2015 หลังจากที่สโมสรพ้นจากการตกชั้นเป็นที่เรียบร้อย ทางสโมสรได้มีการประกาศให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีจากการโหวตของแฟนบอล

ผลงานเกียรติประวัติ

ระดับสโมสร

ริเวอร์เพลท

– แชมป์ พรีเมร่า ดิวิชั่น : 2002 ครึ่งฤดูกาลหลัง

เรอัล มาดริด

– แชมป์ ลาลีก้า : 2003-03
– แชมป์ อินเตอร์คอนติเน็นทัล คัพ : 2002
– แชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ : 2002
– แชมป์ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ : 2003

อินเตอร์ มิลาน

– แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก : 2009-10
– แชมป์ กัลโช เซเรีย อา : 2005-06, 2006-07, 2007-08, 2008-09, 2009-10
– แชมป์ โคปปา อิตาเลีย : 2004-05, 2005-06, 2009-10, 2010-11
– แชมป์ อิตาเลี่ยน ซูเปอร์ คัพ : 2005, 2006, 2008, 2010
– แชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ : 2010

ระดับทีมชาติ

อาร์เจนติน่า

– แชมป์ เยาวชนอเมริกาใต้ : 1997, 1999
– แชมป์ เยาวชนโลก : 1997

เกียรติประวัติส่วนตัว

– ทีมยอดเยี่ยมแห่งปีโดย ยูโรสปอร์ต : 2005-06
– โกลเด้น ไพเรท : 2006
– มีชื่อเข้าชิงรางวัล ฟีฟ่า ฟิฟโปร : 2010
– นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ : 2014-15

เรโม ฟร็อยเลอร์

ufa1688 เรโม มาร์โก ฟร็อยเลอร์ (เกิดวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1992) เป็นนักฟุตบอลชาวสวิสที่เล่นในตำแหน่งกองกลางให้กับอาตาลันตาและทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์

ฟร็อยเลอร์เริ่มเล่นให้กับทีมเยาวชนของฮินวิล ก่อนที่ใน ค.ศ. 2005 เขาจะย้ายไปวินเทอร์เทอร์ ต่อมาเขาย้ายไปกราสฮอปเปอร์ ซึ่งส่วนมากเขาจะลงเล่นให้กับทีมชุดอายุไม่เกิน 21 ปี เขาถูกปล่อยยืมตัวกลับสู่วินเทอร์เทอร์ในช่วงพักลีกฤดูหนาว ต่อมาในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 ฟร็อยเลอร์ย้ายไปลูเซิร์น ต่อมาในวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2016 เขาย้ายไปอาตาลันตาด้วยค่าตัว 2 ล้านยูโร เขาได้ลงเล่นในเซเรียอาครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ในนัดที่พบกับเอมโปลี

ฟร็อยเลอร์เคยเล่นให้กับทีมชาติชุดเยาวชน ก่อนที่จะถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ต่อมาเขามีชื่อติด 1 ใน 23 คนสุดท้ายสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย

อึงโกโล ก็องเต

ufa1688 อึงโกโล ก็องเต (ฝรั่งเศส: N'Golo Kanté) เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 1991 เป็นนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศสเชื้อสายฝรั่งเศส ปัจจุบันเล่นให้กับ สโมสรเชลซี ในตำแหน่งกองกลาง

สโมสร
ช่วงเริ่มต้น
ก็องเต เคยเป็นนักฟุตบอลระดับเยาวชนของบูลอญ และได้ลงสนามในฐานะนักฟุตบอลอาชีพเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 ในการแข่งขันลีกเดอ นัดที่บูลอญแพ้คาบ้านต่ออาแอสโมนาโก 1–2 ต่อมาในฤดูกาล 2012–13 ก็องเต ยังคงเล่นให้กับบูลอญที่ตกชั้นลงมาแข่งขันในระดับดิวิชัน 3 ฝรั่งเศส

ปี 2013 ก็องเต มีโอกาสลงเล่นในระดับลีกเดออีกครั้ง เมื่อได้ย้ายไปเล่นให้กับก็อง ซึ่งจัดว่าเป็นสโมสรฟุตบอลชื่อดังในจังหวัดกาลวาโดส, แคว้นนอร์ม็องดี โดยก็องเต ลงเล่นไปถึง 38 นัด เป็นผู้เล่นตัวหลักตลอดฤดูกาล 2013–14 ก่อนจะพาสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 และได้เลื่อนชั้นสู่ลีกเอิง

ฤดูกาล 2013–14 ก็องเต ได้เล่นในระดับลีกเอิงหรือลีกสูงสุดของฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก โดยเขาได้ลงสนามในลีกเอิงเป็นนัดแรกเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ปี 2014 ในนัดที่บุกไปชนะเอวิยอง 0–3 ซึ่งก็องเต ยิงประตูในนัดดังกล่าวได้ 1 ประตู และตลอดฤดูกาลเขาเป็นผู้เล่นตัวหลักและยิงประตูในลีกได้รวม 2 ประตู

เลสเตอร์ซิตี
ในฤดูกาล 2015–2016 ก็องเต ย้ายมาอยู่กับ เลสเตอร์ซิตี เขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมและพาสโมสรคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกได้ และเป็นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของเจ้าตัวเองด้วย

เชลซี
หลังจบฤดูกาล 2015–16 หรือช่วงก่อนเริ่มฤดูกาล 2016–17 ก็องเตจึงได้ย้ายไปสู่เชลซี ด้วยค่าตัวคาดว่าประมาณ 32 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,760 ล้านบาท) ด้วยระยะเวลาสัญญา 5 ปี และในฤดูกาลเดียวกันนี้ ก็องเตได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเออีกด้วย

ทีมชาติ
จากผลงานการเล่นที่ยอดเยี่ยม ทำให้ก็องเตได้ติดทีมชาติฝรั่งเศส ชุดแข่งขันในรายการฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 แต่เป็นได้แค่รองแชมป์ หลังแพ้ให้ทีมชาติโปรตุเกส 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ

ในฟุตบอลโลก 2018 ก็องเตเป็นกำลังสำคัญที่พาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ

เกียรติประวัติ
เลสเตอร์ซิตี

พรีเมียร์ลีก: 2015–16
เชลซี

พรีเมียร์ลีก: 2016–17
เอฟเอคัพ: 2017–18; รองชนะเลิศ: 2016–17
ยูฟ่ายูโรปาลีก: 2018–19
อีเอฟแอลคัพ รองชนะเลิศ: 2018–19
ฝรั่งเศส

ฟุตบอลโลก: 2018
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รองชนะเลิศ: 2016
รางวัลส่วนตัว

PFA Team of the Year: พรีเมียร์ลีก 2015–16, พรีเมียร์ลีก 2016–17
ESM Team of the Year: 2015–16,2016–17
Leicester City Players' Player of the Year: 2015–16
L'Équipe Team of the Year: 2016, 2017, 2018
PFA Fans' Premier League Player of the Month: มีนาคม 2017
PFA Players' Player of the Year: 2016–17
Premier League Player of the Season: 2016–17
FWA Footballer of the Year: 2016–17
Chelsea Players' Player of the Year: 2016–17
Chelsea Player of the Year: 2017–18
Trophées UNFP for Best French Player Abroad: 2017, 2018
London Football Awards Player of the Year: 2017
French Player of the Year: 2017
FIFA FIFPro World XI: 2018
FIFA FIFPro World XI 2nd team: 2017
FIFA FIFPro World XI 3rd team: 2016
The Best FIFA Men's Player: 2017 – อันดับที่ 9
บาลงดอร์: 2017 (อันดับที่ 8),2018 (อันดับที่ 11)
UEFA Team of the Year: 2018
UEFA Europa League Squad of the Season: 2018–19
เครื่องอิสริยาภรณ์

เครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์: 2018

ลูคัส โพด็อลสกี

ufa1688 ลูคัส โยเซ็ฟ โพด็อลสกี (เยอรมัน: Lukas Josef Podolski; เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 1985 ที่ประเทศโปแลนด์) มีชื่อเดิมว่า วูกัช ปอดอลสกี (โปแลนด์: Łukasz Podolski) เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวเยอรมัน เป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติเยอรมนี ปัจจุบันเป็นผู้เล่นของวิสเซลโคเบะ ในเจลีก ของประเทศญี่ปุ่น โดยเคยเป็นผู้เล่นให้กับกาลาตาซาราย และเคยเล่นให้กับเอฟซีโคโลญ และไบเอิร์นมิวนิก ในลีกบุนเดิสลีกาของประเทศเยอรมนี รวมถึง อาร์เซนอล ในพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ

ในฤดูกาล 2014–15 โพด็อลสกีไม่ได้มีโอกาสในการลงเล่นเท่าที่ควร แม้ในบางนัดก็ไม่มีแม้กระทั่งชื่อเป็นตัวสำรอง ทำให้ต้นปี ค.ศ. 2015 เจ้าตัวขอย้ายไปเล่นให้กับอินเตอร์มิลาน ในเซเรียอา ของประเทศอิตาลี ในแบบยืมตัวจนกระทั่งจบฤดูกาล และต่อมาก็ได้ย้ายไปเล่นต่อให้กับกาลาตาซาราย ในซือเปร์ลีกของประเทศตุรกี

ในกลางปี ค.ศ. 2016 หลังจบฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปไม่นาน โพด็อลสกีได้ประกาศเลิกเล่นทีมชาติ โดยนัดสุดท้ายที่ได้ลงเล่น คือ การเปลี่ยนตัวลงไปในนัดที่เยอรมนีเอาชนะสโลวาเกีย 3–0 ในรอบสองฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ฝรั่งเศส และได้ลงเล่นเป็นนัดสุดท้ายจริง ๆ ด้วยวัย 31 ปี ในวันที่ 22 มีนาคม ค.ศ. 2017 ที่สนามซิกนัลอิดูนาพาร์ค เมืองดอร์ทมุนท์ ในรายการอุ่นเครื่องพบกับทีมชาติอังกฤษ โดยโพด็อลสกีเป็นกัปตันทีม และสามารถยิงประตูได้ในนาทีที่ 69 ด้วยการยิงในระยะไกลอย่างสวยงาม ทำให้เยอรมนีชนะไป 1–0 รวมระยะเวลาที่ลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมนี 13 ปี ทั้งสิ้น 130 นัด ยิงได้ 49 ประตู

แบนท์ เดรเออร์

ufa1688 แบนท์ เดรเออร์ (เยอรมัน: Bernd Dreher) เกิดวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 1966 ที่เลเวอร์คูเซิน เป็นอดีตนักฟุตบอลชาวเยอรมัน

อายุได้ 41 ปี เขาได้อำลาการเป็นผู้รักษาประตูในช่วงฤดูร้อน ค.ศ. 2003 และเข้ารับหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนการรักษาประตูให้แก่ทีมเยาวชนบาเยิร์น และมีการยืมตัวไปร่วมงานกับรุ่นอาวุโสอย่างเซพพ์ เมียร์ ในความพยายามที่จะรักษาโอลิเวอร์ คาห์น กับมีชาเอล เรนซิง ให้คงรูปแบบการเล่นไว้ในระดับสูงสุด "ผมทำการฝึกเพิ่มอย่างจริงจังในปัจจุบันมากกว่าเมื่อครั้งที่ผมยังเป็นมืออาชีพแบบเต็มตัวเสียอีก" นั่นเป็นการแสดงความคิดเห็นของเดรเออร์หลังจากมีส่วนร่วมในการฝึกฝนกำลังกายแทบทุกก่อนฤดูกาล และมุ่งที่หนึ่งประตูสำหรับทีมแรกในแมตช์ฝึกซ้อม รวมถึงเน้นความเป็นมิตร สำหรับศึก 2005–06 เดรเออร์ได้รับเชิญให้ออกจากสถานะ "กึ่งเกษียณ" และได้มีการมอบตัวใหม่ ด้วยสัญญาอาชีพหนึ่งปี "เราได้ให้เขาสร้างผลงานอย่างเป็นทางการ เขายังคงมีความปราดเปรียวเช่นเดิม ผมไม่ลังเลเลยที่จะเลือกเขาไม่ว่าสถานการณ์ใด ๆ" โค้ชเฟลิกซ์ มากัท กล่าวสรรเสริญผู้รักษาประตูหมายเลขสามคนใหม่ของเขา ผู้ซึ่งกลายเป็นผู้เล่นที่ยังคงทำผลงานที่มีอายุมากที่สุดในบุนเดิสลีกา เดรเออร์ทำหน้าที่รักษาประตูให้แก่บาเยิร์นหนึ่งเกมใน ค.ศ. 2005–06 เมื่อครั้งที่พบกับทีมว็อลฟส์บวร์ค

เกียรติประวัติ
ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปและอเมริกาใต้ : ค.ศ. 2001
แชมเปียนส์ลีก : ฤดูกาล 2000–01
ยูฟ่าคัพ : ฤดูกาล 1987–88
ชิงแชมป์เยอรมัน : ฤดูกาล 1996–97, 1998–99, 1999–00, 2000–01, 2002–03, 2005–06, 2007–08
เยอรมันคัพ : ฤดูกาล 1997–98, 1999–00, 2002–03, 2005–06, 2007–08
ลีกคัพ : ค.ศ. 1997, 1998, 1999, 2000, 2007

อาแตม แบน อาร์ฟา

ufa1688 อาแตม แบน อาร์ฟา เกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1987 เป็นนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ปัจจุบันเล่นให้กับเรอัลบายาโดลิดในลาลิกา

เกียรติประวัติ
สโมสร
ลียง

ลีกเอิง: 2004–05, 2005–06, 2006–07, 2007–08
กุปเดอฟร็องส์: 2007–08
ทรอเฟเดช็องปียง: 2006, 2007
มาร์แซย์

ลีกเอิง: 2009–10
กุปเดอลาลีก: 2009–10
ทรอเฟเดช็องปียง: 2010
ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง

กุปเดอฟร็องส์: 2016–17
กุปเดอลาลีก: 2016–17
ทรอเฟเดช็องปียง: 2016
แรนส์

กุปเดอฟร็องส์: 2018–19
ทีมชาติ
ฝรั่งเศสรุ่นไม่เกิน 17 ปี
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี: 2004

รางวัลส่วนตัว
ผู้ทำประตูสูงสุดในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี: 2004
ผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปี ลีกเอิง: 2007–08
ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งเดือน ลีกเอิง: กุมภาพันธ์ 2010
ทีมยอดเยี่ยมแห่งปี ลีกเอิง: 2015–16

3 อันดับ ตำนานนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก

ufa1688 

นักเตะที่เก่งที่สุด ยุคลูกหนังต้องสั่นสะเทือนเมื่อพบกับนักฟุตบอลที่บอกได้ว่าว่า เก่งที่สุดตลอดกาล เพราะเค้าเกิดมาเพื่อแสดงศักยภาพให้คนทั้งโลกต้องรู้ว่า เค้าเก่งแค่ไหน เพราะกว่าที่เค้าจะฝึกฝนอดทน กลายเป็นทีมชาติ และนักเตะระดับโลก ไม่ใช่เพียงแค่พรสวรรค์เท่านั้น แต่ก็มาพร้อมกับพรแสวง ที่เค้าฝึกฝนตนเอง เพื่อการแข่งขัน ยอมแลกกับเวลา หยาดเหงื่อ เพื่อมากลายเป็น นักเตะที่ทุกคนยอมรับนั้นเอง จะมีใครบ้างเรามาดูกันเลย

1. เปเล่ (Pele)
ทั้งโลกต้องรู้จักสมยานามของเค้า เปเล่ สุดยอดนักเตะแข้งทองสัญชาติบราซิลเบอร์ 10 เดิมทีเค้ามีชื่อว่า เอดซง อารังซีส ดู นาซี เมงดู (Edson Arantes Do Nascimento) เค้าได้รับสมยานามว่า O Rei
หรือหมายถึงคิงออฟฟุตบอล หรือไข่มุกดำ นั้หมายถึงเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในบราซิลนั้นเอง ตัวเขานั้นเริ่มรันฝีเท้าเข้าวงการตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยตอนแรกนั้นเค้าเป็นทีมฝึกหัดอยู่ จนกระทั้ง อายุ 15 ปี
เค้าได้เริ่มรันฝีเท้าเข้าไปอยู่ วงการฟุตบอลเยาวชน ในสังกัดซานโตส เอฟซี หรือเปรียบเสมือนสุดยอดสโมสรในบราซิล จนกระทั่งเมื่อเค้าอายุได้ 17 ปี สิ่งที่เค้าสะสมฝีมือมาตั้งแต่อายุ 11 ปี
ทำให้เค้านั้นติดทีมชาติ และตั้งแต่นั้นมาเค้าพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ถึง 3 ครั้ง สถิติที่ผ่านมานั้นเค้า ยิงเข้าประตูด้วยตัวเองไปถึง หนึ่งพัน-สองร้อย-แปดสิบ-สอง ลูก จากการลงแข่งทั้งหมด หนึ่งพัน-สามร้อย-หกสิบ-สาม นัด เค้าถึงได้รับสมยานามว่า ตำนานแห่งบราซิล

2. ดิเอโก้ มาราโดน่า (Diego Maradona)
King tigershort of Argentine ฝีเท้าของเค้าไม่เป็นรองใคร เพราะเค้ามีพรสวรรค์ในการเลี้ยงลูกได้อย่าสร้างสรรค์มาก เค้าถนัดเท้าซ้ายเพราะเป็นเท้าทำมาหากินของเค้า การเลี้ยงลูกที่ไม่เหมือนใคร ทำให้สกิลของเค้าเตะตาผู้ชม และแฟนคลับอย่างมาก เค้าสามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้ในปี 1986

3. ฟรานซ์ เบ็คเคนบาวเออร์ (Franz Beckenbauer)
เดอะเบส อีกคนที่ไม่ควรพลาดนั้นคือ Franz Beckenbauer เค้าได้รับฉายาที่พูดกับในเมืองเยอรมันว่า “King” หรือ “จักรพรรดิ” เพราะว่าด้วยสกิลการเล่นของเค้านั้นค่อนข้างเตะตาผู้ชมเช่นกัน เค้าหรือ Franz Beckenbauer
ที่ทำหน้าที่ได้หลายตำแหน่งในสนามได้พร้อม ๆ กัน เชื่อหรือไหมม บางคนถันดการเล่น ปีกซ้าย หรือ ปีกขวา หรือกองหน้า หรือกองหลัง แต่เค้าคนนี้ Franz Beckenbauer เล่นได้ทุกตำแหน่งในสนาม นี้คือแรว์ไอเทมอีกคน ที่ขอจดบันทึกเอาไว้เป็นตำนานตลอดกาล