ประวัติ ริยาด มาห์เรซ

ริยาด มาห์เรซ ปีกทีมชาติแอลจีเรีย เกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1991 ในเมืองซาร์แซล ประเทศฝรั่งเศส เขาเป็นลูกครึ่งที่มีพ่อเป็นชาวแอลจีเรีย และมีแม่เป็นลูกครึ่งแอลจีเรีย-โมร็อกโก มาห์เรซ มีใจรักในกีฬาฟุตบอลตั้งแต่วัยเด็ก แต่ด้วยรูปร่างที่เล็กและผอมบางของเขาจึงทำให้เขาถูกปฏิเสธจากสโมสรต่างๆ ที่ตัวเขาได้เข้าร่วมทดสอบฝีเท้าอยู่เสมอ   ufa1688 

ต่อมา มาห์เรซ ในวัย 15 ปี เขาได้เข้าไปทดสอบฝีเท้ากับ อาอาแอ็ส ซาร์แซล สโมสรท้องถิ่นในประเทศฝรั่งเศส ในปี 2004 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับสโมสรสมัครเล่นอย่าง แก็งแปร์ ในปี 2009 ซึ่งเขาทำผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ จนทำให้ได้ย้ายมาอยู่กับทางสโมสร เลอ อาฟร์ เอฟซี แต่ก็ได้ลงเล่นแค่ในทีมสำรองเพียงเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นเวลาเกือบ 3 ปีเต็มที่ใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเอง ก่อนที่จะได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรและได้สัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพฉบับแรกในปี 2013 โดยฤดูกาลแรกที่เขาได้ลงเล่นในนามนักเตะของทีมชุดใหญ่เขาทำผลงานได้อย่างสุดยอด ซึ่งเขาได้ลงเล่นไปทั้งหมด 67 นัด รวมทั้งหมดทุกรายการ และยังสามารถทำได้อีก 10 ประตู ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมกับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้

สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้
mahrez-debut
มาห์เรซ ย้ายมามาอยู่กับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อหวังที่จะขึ้นไปมีชื่อเสียงโด่งดัง เล่นอยู่บนลีกสูงสุด

จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ส่งแมวมองอย่าง สตีฟ วอลช์ เดินทางไปดูฟอร์มการเล่นของปีกตัวจี๊ดราวนี้ในทันที หลังจากที่ได้ยินถึงชื่อเสียงความเก่งกาจของเขา โดยหลังจากที่สโมสรได้ส่งแมวมองมาดูฟอร์มการเล่นของ ริยาด มาห์เรซ ก็ไม่รอช้า รีบยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวดาวเตะรายนี้เป็นจำนวนเงิน 400,000 ปอนด์ หรือราวๆ 20 ล้านบาท ซึ่งในช่วงแรกนั้นเหมือนกับว่าครอบครัวของ มาห์เรซ จะดูเหมือนไม่เห็นด้วยกับไปค้าแข็งในประเทศ England  เนื่องจากเห็นว่ารูปแบบสไตล์การเล่นของเขานั้นน่าจะเหมาะในการเล่นใน ลา ลีก้า สเปนมากกว่า แต่ตัวเขาก็ตัดสินใจที่จะย้ายเข้ามาเล่นในประเทศ England  เพราะมีคิดว่า โอกาสที่จะได้ย้ายไปเล่นในลีกใหญ่ในทวีปยุโรปนั้น ไม่ได้มีเข้ามาบ่อยๆ

มาห์เรซ ย้ายมาเล่นให้กับทีมในระดับลีก แชมเปี้ยนชิพ ในประเทศ England  กับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 11 มกราคม 2014 โดยเซ็นสัญญาเป็นเวลาทั้งสิ้น 3 ปีพร้อมกัน โดยเขาได้ลงสนามเป็นเกมแรกในวันที่ 25 มกราคม 2014 จากการลงเป็นตัวสำรองแทนที่ของ ลอยด์ ดายเออร์ ในช่วงนาทีที่ 79 ซึ่งในเกมนัดดังกล่าว เขาสามารถช่วยให้สโมสรเอาชนะ มิดเดิ่ลสโบรช์ ไปได้ 2-0 จากการถูกส่งลงเป็นตัวสำรอง 4 เกมติด ทำให้เขาสามารถทำประตูแรกของตัวเองให้กับทีมได้สำเร็จ ซึ่งนั่นถือว่าเป็นประตูที่สำคัญ เพราะเขาสามารถช่วยให้ทีมตีเสมอคู่ปรับร่วมเมืองอย่างทีม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในนาทีที่ 82 ทำให้กุนซือในเวลานั้นอย่าง ไนเจล เพียร์สัน ได้ออกมาประกาศผ่านสื่อว่า ริยาด มาห์เรซ พร้อมแล้วที่จะออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงของทีม ซึ่งนั่นนับเป็นก้าวสำคัญของตัวเขา เพราะได้มีส่วนช่วยให้สโมสรได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นอยู่บน  Premier League  ได้สำเร็จ

เลื่อนชั้นขึ้นสู่  Premier League 
mahrez-premier-league

มาห์เลซ ได้ลงเป็นตัวจริงในการแข่งขันบนเวที  Premier League  ครั้งแรกในวันที่ 14 สิงหาคม 2014 และสามารถทำประตูแรกได้ในวันที่ 4 ตุลาคม 2014 และได้ผลงานที่ยอดเยี่ยมกับสโมสรมาอย่างเรื่อยๆ จนทำให้เขาได้รับสัญญาฉบับใหม่กับทางสโมสร เป็นระยะเวลา 4 ปี

ซึ่งหลังจากได้รับสัญญาฉบับใหม่ เขายังคงโชว์ฟอร์มสุดยอดออกมาได้อย่างตลอด พร้อมทั้งยังเป็นกำลังสำคัญที่นำพาชัยชนะมาสู่ทีมได้อย่างเสมอ จนได้รับคำชมและถูกเชิดชูจากกัปตันทีมอย่าง เวส มอร์แกน ว่า “นี่คือผู้เล่นที่นำชัยชนะมาสู่ทีมของเรา” ต่อไปต่อมาเขายังสามารถโชว์ฟอร์มอันสุดยอดได้ด้วยการทำได้อีก 4 ประตู จากการลงเล่น 3 นัดที่หนึ่งของซีซั่น

แชมป์ประวัติศาสตร์ กับ จิ้งจอกสยาม
mahrez-champions

ในฤดูกาล 2015-2016 มาห์เรซ ยังคงมีฟอร์มการเล่นที่สุดยอด พร้อมกับร่วมทีม เช่น เจมี่ วาร์ดี้, เอ็นโกโล ก็องเต, แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ เป็นต้น เป็นเหตุให้ Season ดังกล่าว สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถก้าวขึ้นสู่บัลลังก์คว้าแชมป์พรีเมียร์ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ของสโมสรได้ ทำให้ ริยาด มาห์เรซ ได้รับรางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของ PFA มาครอบครองได้ ซึ่งนี่นับเป็นครั้งแรกของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ และนักฟุตบอลชาวแอฟริกาสามารถคว้ารางวัลนี้ได้ จากผลงานอันร้อนแรงที่สามารถพา จิ้งจอกสยาม คว้าแชมป์ Premier League ได้สำเร็จ ทำให้สโมสรชั้นนำทั่วทวีปยุโรปให้ความสนใจและต้องการที่จะดึงตัวเขาไปร่วมทีม แต่ก็ดูเหมือนว่า มาห์เรซ จะยังคงตัดสินใจเลือกอยู่กับสโมสรแห่งนี้ต่อไปอีกหนึ่งซีซั่น ก่อนที่จะย้ายไปเริ่มทีม  Manchester City  ในเวลาต่อมา

เรือใบสีฟ้า ค่าตัว Stats สโมสร
mahrez-mancity
มาห์เรซ ตัดสินใจย้ายมาร่วมทีม  Manchester City  เพราะต้องการที่จะค้นหาความสำเร็จในอาชีพการค้าแข้ง

หลังจากที่ มาห์เรซ ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับทาง เลสเตอร์ ซิตี้ เขาก็ได้รับข้อเสนอจากหลายสโมสรทั่วทวีปยุโรป จนสุดท้ายแล้ว เป็นทางด้านของสโมสร  Manchester City  ที่ได้ซื้อตัวปีกตัวจี๊ดรายนี้ไปร่วมทีมด้วยราคาค่าตัว 60 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่มีค่าตัวสูงสุดเป็น Stats ของสโมสรทันที พร้อมทั้งได้รับสัญญาไปทั้งหมด 5 ปี

ในช่วงแรกที่เขาได้ย้ายเข้ามาอยู่กับทางสโมสร ด้วยสภาพทีมที่เป็นไปได้ด้วยสตาร์ดังอย่างมากมาย ทำให้เขาต้องพยามพัฒนาทักษะและฝีเท้าของตัวเอง เพื่อที่จะสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงภายในทีมให้ได้ และด้วยความพยายามของเขา จึงทำให้ เปป เห็นว่าเขาเหมาะสมกับตำแหน่ง 11 ตัวจริง และช่วยให้สโมสรสามารถคว้าแชมป์ Premier League  ได้ถึง 2 สมัย ติดต่อกัน ความสำเร็จและความสามารถในตัวของเขา ทำให้ ริยาด มาห์เรซ กลายเป็นนักกีฬาที่ดีที่สุดของประเทศ แอลจีเรีย เลยทีเดียว

ทีมชาติ แอลจีเรีย
mahrez-algerian
ริยาด มาห์เรซ สามารถนำทีมชาติแอลจีเรีย ขึ้นคว้าแชมป์ แอฟริกัน เนชั่นคัพ มาครอบครองได้

ในช่วงปี 2013 ริยาด มาห์เรส ได้ออกมาแสดงความต้องการถึงความต้องการที่จะลงเล่นเป็น Partner ทีมชาติแอลจีเรีย และได้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติแอลจีเรียเป็น 23 คน ลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล จนกระทั่งในวันที่ 31พฤษภาคม 2014 มาห์เรซ ได้ลงประเดิมสนามเป็นเกมแรกให้กับทีมชาติแอลจีเรีย ในเกมนัดกระชับมิตรก่อนสู้ศึกฟุตบอลโลก โดยประตูแรกในนามทีมชาติของเขา ได้เกิดขึ้นในวันที่ 15 ตุลาคม กับเกมการแข่งขันนัดที่เจอกับมาลาวี 3-0 ในรอบคัดเลือกศึกฟุตบอล แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ

เกียรติประวัติ
mahrez-trophy

สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้
แชมป์ Premier League  : 2015–2016

แชมป์ฟุตบอลลีกแชมเปี้ยนชิพ : 2013-2014

สโมสร เรือใบสีฟ้า

แชมป์ Premier League  : 2018-2019

แชมป์เอฟเอคัพ : 2018–2019

แชมป์ อีเอฟแอล คัพ : 2018–2019

FA Community Shield : 2018

ทีมชาติแอลจีเรีย
แชมป์ แอฟริกัน เนชั่น คัพ : 2019

ส่วนตัว
นักฟุตบอลทีมชาติแอลจีเรียยอดเยี่ยม : 2015, 2016

นักเตะทีม PFA ยอดเยี่ยมแห่งปี : 2015–2016

รางวัลผู้เล่น PFA ยอดเยี่ยมแห่งปี : 2015–2016

ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี สโมสร เลสเตอร์ซิตี้ : 2015–2016

รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมทวีปแอฟริกา : 2016

รางวัลนักเตะ Premier League ยอดเยี่ยมแห่งปีจากการโหวตผ่าน Premier Leaguer : 2016

CAF African Footballer แห่งปี: 2016

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *