ประวัติ อาร์เยน ร็อบเบน

กัปตันทีมชาติฮอลแลนด์ต้องเดินออกจากสนามในเกมพบ ไอซ์แลนด์ และจะไม่ได้เล่นในเกมดวลตุรกีวันอาทิตย์นี้อย่างแน่ๆแล้ว

     อาร์เยน ร็อบเบน ปีกของบาเยิร์น มิวนิค  ufa1688   จะไม่ได้ลงสนามไปอีก 4 สัปดาห์ หลังจากได้รับบาดเจ็บในเกมทีมชาติให้เนคุณร์แลนด์

     ดาวเตะตัวจี๊ดจำต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมพบไอซ์แลนด์ และจากการตรวจผลปรากฏว่าเขาจะไม่ได้ลงสนามไปอีก 1 เดือนเป็นอย่างน้อย

     จากผลงานดังที่กล่าวมาแล้ว ทำให้ ร็อบเบน จะไม่ได้เล่นให้ทีมกังหันสีส้มในนัดพบตุรกีแน่ๆวันอาทิตย์นี้แน่ๆแล้ว รวมทั้งเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกสองนัดที่จะพบ โอลิมเปียกอส และ ดินาโม ซาเกร็บ เช่นเดียวกับในบุนเดสลีกาที่จะพบ โวล์ฟสบวร์ก ในวันที่ 22 กันยายนด้วย

     นอกจากนี้เขายังต้องเร่งความฟิตอย่างเต็มกำลัง หากต้องการลงเล่นนัดสำคัญพบโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้

อาร์เยน ร็อบเบน "ปีกดัตช์มหากาฬ"

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อเต็ม : อาร์เยน ร็อบเบน
วันเกิด : 23 มกราคม 1984
สถานที่เกิด : เบดุม, โกรนิงเก้น, ฮอลแลนด์
ส่วนสูง : 1.81 เมตร (5 ฟุต 11 นิ้วครึ่ง)
สโมสร : เรอัล มาดริด (2007-ปัจจุบัน)
ตำแหน่ง : ปีก
เบอร์เสื้อ :  11

เริ่มชีวิตลูกหนัง

อาร์เยน ร็อบเบน นักเตะชื่อดังชาวดัตช์ เกิดตอนวันที่ 23 มกราคม ปี 1984 ที่เมืองเบดุม, โกรนินเก้น ประเทศฮอลแลนด์ โดยเขาเริ่มเส้นทางสายลูกหนังด้วยการไปร่วมทีม ซีวีวีบี และ วีวี เบดุม

ร็อบเบน ชื่นชอบหลักสูตรการอบรมนักเตะแบบ “โคเออร์เวอร์” ซึ่งคิดค้นโดย วีเอล โคเออร์เวอร์ โค้ชบอลคนหนึ่งของฮอลแลนด์ โดยหลักสูตรนี้เน้นเรื่องความชำนาญเฉพาะตัวของนักเตะ การครองบอล และการควบคุมบอลได้ดี รวมทั้งความรวดเร็วในการจู่โจมคู่ต่อสู้ ด้วยเทคนิคของฝีเท้า และ ร็อบเบน ก็มีคุณสมบัติดังที่กล่าวถึงมาแล้วอยู่ในตัวอย่างครบถ้วน จนทำให้ เอฟซี โกรนินเก้น สโมสรใหญ่ในเมืองของเขา ดึงตัวไปร่วมทีม

เส้นทางนักเตะอาชีพ

2000-2002 : โกรนิงเก้น

เอฟซี โกรนินเก้น เริ่มบ่มเพาะ ร็อบเบน ด้วยการให้เริ่มเล่นให้ทีมเยาวชนระดับซี ในฤดู 1999/2000 และเขาก็ยิงได้ถึง 50 ประตู ซึ่งนั่นก็ดีพอที่จะทำให้ แยน ฟาน ไดจ์ค กุนซือของทีมชุดใหญ่ เรียก ร็อบเบน ขึ้นไปเสริมทีม ในเดือนพฤศจิกยน ปี 2000 ก่อนที่จะส่ง ดาวเตะจอมเทคนิครายนี้ ลงสนามเป็นนัดแรก ในเกมที่พบกับ อาร์เคซี วาลไวจ์ค โดย ร็อบเบน ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามไปแทน ลีโอนาร์โด้ ดอส ซานโต๊ส ในนาทีที่ 79 ของการแข่งขัน

หลังจากนั้น ในฤดู 2000/2001 ร็อบเบน ก็เปลี่ยนเป็นนักเตะชุดใหญ่ของทีมอย่างเต็มตัว ลงสนามเป็นตัวจริงไป 18 นัด แม้จะทำได้แค่ 2 ประตู แต่ด้วยทักษะ และลีลาการเล่นที่เหลือร้ายทำให้เขาได้รับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี

ในฤดู 2001/2002 ร็อบเบน ยังพัฒนาฝีเท้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ลงสนามไป 18 นัด ทำได้ 6 ประตู และด้วยฝีเท้า เทคนิค และความเร็วอันขึ้นชื่อลือชาของเขาทำให้ ร็อบเบน โด่งดังไปทั้วฮอลแลนด์ จนในที่สุด พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ทีมยักษ์ใหญ่แดนหังกันลม ก็มาซื้อตัวร็อบเบน ไปร่วมทีม ก่อนที่ฤดู 2002/2003 จะเริ่มขึ้น ด้วยค่าตัว 4.2 ล้านปอนด์
2002-2004 : พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น

ในช่วงออกเริ่มฤดู 2002/2003 กับต้นสังกัดใหม่ อย่าง พีเอสวี มีเสียงวิจารณืว่า ร็อบเบน ค่าตัวสูงเกินไปไหม สำหรับนัดเตะวัยแค่ 18 ปี แต่เขาก็จัดการลบเสียงวิจารณ์เหล่านั้น ด้วยการลงวาดลวดลาย 33 นัด ยิงได้ 12 ประตู พาทีมคว้าแชมป์ลีกฮอลแลนด์ สมัยที่ 17 มาครองได้ โดยที่เขายังได้รับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของทีม ร่วมกับ มาเตย่า เคซมัน นอกจากนั้นยังได้รางวัลนักเตะทักษะดีเด่นประจำปี อีกด้วย

หลังจากออกเริ่มฤดูแรกกับ พีเอสวี ได้อย่างสุดประทับใจ ปรากฏว่าในฤดูต่อมา ร็อบเบน ต้องพบกับฤดูที่น่าผิดหวังบ้าง เมื่อ พีเอสวี พลาดท่าเสียแชมป์ลีกให้กับ อาแจ๊กซ์ คู่ปรับสำคัญ ขณะที่ ร็อบบเน ก็โดนอาการบาดเจ็บที่เอ็นหลังหัวเข่าเล่นงาน 2 ครั้ง จนไม่ได้ลงสนามไปพักหนึ่ง แถมยังโดน กุส ฮิดดิงค์ กุนซือของทีมตำหนิว่านิสัยไม่ดี ชอบแกล้งพุ่งล้มตบตาผู้ตัดสิน จนโดนใบเหลืองจากคดีนี้ไปหลายครั้ง

แม้จะประสบมรสุมชีวิตที่ พีเอสวี แต่ด้วยฝีเท้าที่เอกอุ ทำให้ ร็อบเบน เป็นที่ต้องการของ รีล มาดริด ทีมมหาอำนาจของสเปน และ 2 ยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี

แม้ว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” จะเชิญ ร็อบเบน ไปพบ และลงทุนเกลี้ยกล่อมด้วยตัวเอง แต่การที่ แมนฯยูฯ ยื่นข้อเสนอให้กับ พีเอสวี 7 ล้านปอนด์ มันไม่พอต่อความปรารถนาของทีมดังแดนกังหันลม ถึงขนาดที่ว่า แฮร์รี่ ฟาน ไรจ์ ประธานสโมสรพีเอสวี กล่าวประชดว่าเงินแค่นี้คงซื้อได้แค่เสื้อ และรูปถ่ายพร้อมลายเซ็นของ ร็อบเบน เท่านั้น

ขณะที่ รีล มาดริด ก็ไม่ใช่ทีมในฝันของ ร็อบเบน เพราะเขาขอบบาร์เซโลน่า มากกว่า ทำให้ เชลซี ยื่นข้อเสนอ 18 ล้านปอนด์ ไปให้ พีเอสวี พิจารณา และทางทีมดังแห่งฮอลแลนด์ ก็ตอบรับข้อเสนอนี้ อย่างพึงพอใจ แบะการย้ายทีมอีกรอบของ ร็อบเบน จึงบังเกิดขึ้น

2004-2007 : เชลซี

หลังจากย้ายมาร่วมทีม เชลซี ได้ไม่นาน ร็อบเบน ก็ได้รับบาดเจ็บ ในการลงเตะอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่น นัดที่พบกับ โรม่า ทำให้เขาต้องพักยาว กว่าจะได้ลงสนามให้กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” อย่างเป็นทางการ ก็ล่วงถึงเดือนพฤศจิกายน ปี 2004

แต่ภายหลังที่หายเจ็บกลับมาแล้ว ร็อบเบน ก็ยึดตำแหน่งตัวจริงมาครองได้อย่างไม่ยากเย็น และแปลงเป็นขวัญใจแฟนบอลเชลซี ด้วยลีลาการเล่น และเทคนิคที่แพรวพราว จนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพา เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และ ลีก คัพ มาครองได้ ในฤดู 2004/2005ก่อนจะมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน ฤดู 2005/2006

ไปสู่ฤดู 2006/2007 ดูเหมือนว่า ชีวิตในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของร็อบเบน ก็เริ่มจะมีอุปสรรค เมื่อเขาต้องถูกจับนั่งเป็นผู้เล่นสำรองอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจะSystemการเล่นที่ไม่เอื้อให้กับสไตล์การเล่นของเขา แต่จากอาการบาดเจ็บของ โจ โคล ก็เท่ากับเป็นให้โอกาสให้เขา ร็อบเบน ได้กลับมาเล่นเป็นตัวจริงอีกรอบ และเขาก็ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง

ก่อนที่ความโชคร้ายจะมาเยือนเขาอีกจนได้ โดยร็อบเบน ต้องพลาดการลงสนามให้ทีมไปตั้งแต่ปลายเดือน มีนาคม เพราะว่าต้องเข้ารับการผ่าตัดที่เข่า อย่างไรก็ตาม เขาก็กลับมาฟิตพร้อมลงเล่นให้ทีมได้ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ รอบรองชนะเลิศ ที่พบกับ หงส์แดง โดยแม้ว่าจะไม่อาจพาทีมคว้าแชมป์รายการนี้ได้ แต่เขาก็ยังมีส่วนช่วยให้ทีม "สิงห์บูลส์" คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จ หลังเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบชิงชนะเลิศ ช่วงวันที่ 19 พฤษภาคม 2007 และนั่นก็เป็นฤดูสุดท้ายของเขาในเกาะอังกฤษ ก่อนที่จะเก็บกระเป๋า ย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด หลังจบซีซั่น 

2007-ปัจจุบัน : เรอัล มาดริด

ในวันที่ 22 สิงหาคม ปี 2007 ร็อบเบน เซ็นสัญญากับ ทีม "ราชันชุดขาว" ตรงเวลา 5 ปี ในราคา 24 ล้านปอนด์ ส่งทำให้เขาเปลี่ยนเป็นนักเตะค่าตัวแพงเป็นชั้น 5 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร ตามหลัง ซีเนอดีน ซีดาน, หลุยส์ ฟิโก, เดวิด เบ๊คแฮม และ โรนัลโด้ ตามลำดับ

ร็อบเบน ลงสนามให้กับ เรอัล มาดริด นัดแรก ในวันที่ 18 กันยายน ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พบกับ แวร์เดอร์ เบรเมน ก่อนที่ เขาต้องพลาดช่วยต้นสังกัดตรงเวลากว่า 6 สัปดาห์ เนื่องมาจากมีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อต้นขารบกวนมาจากเกมทีมชาติก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม เขาก็กลับมาลงสนามได้อีกรอบในเดือน ธันวาคม ซึ่งหลังจากนั้น ร็อบเบน ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ จนสามารถเปลี่ยนเป็นกำลังสำคัญของ ขุนพล "เอล กลาซิโก้" ได้อย่างถาวร พร้อมกับช่วยให้ทีม คว้าแชมป์ ลา ลีกา มาครองได้สำเร็จ เป็นสมัยที่ 31 โดยทำแต้มทิ้งห่างทีมชั้น 2 อย่าง บียาร์เรอัล ชนิดไม่เห็นฝุ่น อีกด้วย

ปัจจุบัน รอบเบน ยังคงเป็นหัวใจในแดนซ้ายของทีม อย่างไม่เปลี่ยนแปลง

ทีมชาติฮอลแลนด์

สำหรับเส้นทางในทีมชาติฮอลแลนด์ นั้น ร็อบเบน ติดทีมชาติมาแล้ว 34 นัด ทำได้ 10 ประตู โดยประสบการณ์ในการลงเตะทัวร์นาเม้นท์สำคัญให้กับทีมชาติเป็นนัดแรกคือในศึกบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบสุดท้าย ปี 2004 ที่โปรตุเกส ขณะที่ ทัวร์นาเม้นท์สำคัญระดับชาติ ครั้งที่สองของเขา ก็คือบอลโลก 2006 ที่เยอรมัน และปัจจุบัน ในเกมบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบสุดท้าย ปี 2008 ที่ออสเตรีย และ สวิตเซอร์แลนด์

ชีวิตส่วนตัว

– ในวันที่ 9 มิถุนายน ปี 2007 ร็อบเบน แต่งงานกับ เบร์นาเดียน อีลเลิร์ต แฟนสาวซึ่งคบหาดูใจกันตั้งแต่สมัยที่เรียนไฮสคูล ที่เมือง โกรนิงเก้น บ้านเกิดของตนเอง โดยทั้งคู่ มีลูกชาวด้วยกัน 1 คน ชื่อว่า ลูก้า

– ฮาน พ่อของร็อบเบน ปัจจุบัน ทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์ส่วนตัวของเขา

เกียรติประวัติที่เคยได้รับ

ระดับสโมสร

พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น : แชมป์พรีเมียร์ดัตช์ 1 สมัย (2002–03), แชมป์ Johan Cruijff-schaal 1 สมัย (2003–04)

เชลซี : แชมป์พรีเมียร์ชิพ 2 สมัย (2004–05, 2005–06), แชมป์ลีกคัพ 2 สมัย (2005, 2007), แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลดื 1 สมัย (2005), แชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย (2007)

เรอัล มาดริด : แชมป์ลา ลีก กา 1 สมัย (2007–08)

ระดับส่วนตัว
U-21 European Footballer of the Year (2005)
Netherlands' Young Player of the Year(2003)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *